jump to navigation

ภาพลวงตา

การรับรู้ด้วยสัมผัสพิเศษและพลังจิต ( Extra Sensory Perception or Psychokinesis )
มนุษย์จะรับรู้ได้โดยการใช้อวัยวะรับสัมผัสของร่างกาย แต่ในบุคคลบางคนสามารถรู้สิ่งเร้าต่างๆทั้งหลายได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยอวัยวะรับสัมผัสใดๆในร่างกายเลย การรับรู้เช่นนี้เป็นเรื่องถกเถียงกันมามากเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อพิสูจน์ได้ยาก แต่ก็จะปรากฏขึ้นกับบุคคลหลายๆคนที่แสดงให้เห็นความสามารพิเศษเช่นนี้จึงทำให้ทุกวงการทั้งวงการวิทยาศาสตร์และศาสนาให้ความสนใจเพื่อที่จะพิสูจน์ความจริง รวมทั้งนำความรู้มาพัฒนาความสามารถพิเศษนี้ในตัวมนุษย์ การรับรู้พิเศษมี 2 ประเภทคือ
1. การรับรู้ด้วยสัมผัสพิเศษ ( Extra Sensory Perception ; ESP ) การรับสัมผัสพิเศษประเภทนี้ แยกเป็น
- โทรจิต (Telepathy )เป็นลักษณะของการสื่อสารชนิดหนึ่งโดยการใช้กระแสจิตส่งถึงกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ทำให้ผู้รับสามารถรับรู้สิ่งที่ผู้ส่งต้องการได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม
- ญาณทิพย์ (Clairvoyance ) เป็นการรับรู้วัตถุ สิ่งของ บุคคล หรือเหตุการณ์ต่างๆตามที่บุคคลนั้นต้องการโดยไม่ต้องอาศัยอวัยวะรับสัมผัส แต่ใช้ญาณพิเศษในตัวที่ทำให้เห็นภาพในสิ่งที่ต้องการจะเห็นในโนภาพอย่างแจ่มชัดเหมือนดูโทรทัศน์ เช่น ทำกระเป๋าสตางค์ตกหายจะสามารถใช้ญาณพิเศษนี้ตรวจสอบได้ว่าตกอยู่ที่ใดได้
- การล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ( Precognition )เป็นการรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยไม่จำกัดเวลา ในบางครั้งนับเป็นร้อยๆปี การรับรู้ประเภทนี้ทำให้เกิดการพยากรณ์เหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
2. พลังจิต ( Psychokinesis ; PK )
เป็นการใช้พลังงานทางจิตเพื่อควบคุมวัตถุให้เคลื่อนที่หรือโค้งงอได้ตามความประสงค์ พลังจิตนี้เชื่อกันว่ามีอยู่ในมนุษย์ทุกคน แต่ยังไม่สามารถค้นพบวิธีควบคุมได้
จะเห็นได้ว่ากระบวนการการรับสัมผัสและการรับรู้นั้นมีความสำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคนทั้งนี้เนื่องจากกระบวนการของการรับรู้จะช่วยให้มนุษย์สามารถติดต่อและแสดงพฤติกรมตอบสนองต่อสิ่งเร้าทั้งหลายได้ แต่อย่างไรก็ตาม การที่บุคคลจะเกิดการรับรู้ได้ชัดเจนหรือไม่ ถูกต้องหรือผิดพลาดมากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับตัวบุคคลซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยหลายประการ เช่น อวัยวะรับสัมผัส ประสบการณ์เดิม ความต้องการในการรับรู้ ความใส่ใจและเลือกที่จะรับรู้ สภาวะอารมณ์ ความคาดหวัง สติปัญญา การให้คุณค่าต่อสิ่งเร้า การถูกชักจูง รวมทั้งคุณลักษณะหลายประการของสิ่งเร้าเอง เป็นต้น สำหรับบางคนอาจจะมีความสามารถพิเศษในการรับรู้โดยไม่ต้องอาศัยอวัยวะรับสัมผัสเหมือนคนทั่วไปได้ด้วย
หนังสืออ้างอิง จิตวิทยาทั่วไป ผศ. เติมศักดิ์ คทวณิช

http://www.vcharkarn.com/vblog/34025

ภาพลวงตา
เป็นภาพที่หลอกตาให้มองเห็นและรับรู้ผิดพลาดเป็นอีกแบบหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับด้านรูปทรงและสี มีสาเหตุเนื่องจากการส่งสัญญาณจากตาไปยังสมองของคนเรา ภาพลวงตาที่เป็นที่รู้จักกันดีเช่น

ดูภาพคลิ๊ก

ภาพลวงตา ตาราง (Grid illusion) เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย ลูดิมาร์ เฮอร์มันน์ ในปี พ.ศ. 2413 มีลักษณะเป็นตารางที่มีพื้นสีดำและเส้นขอบสีขาว เมื่อมองภาพนี้จะเห็นจุดสีเทาบริเวณจุดตัดของเส้นขอบ แต่จุดดังกล่าวจะหายไปเมื่อมองไปที่จุดนั้น

ดูภาพคลิ๊ก

ห้องเอมส์ (Ames room)

เป็นห้องที่สร้างขึ้นสำหรับสร้างภาพลวงตา คิดคันโดย อเด็มเบิร์ต เอมส์ ในปี พ.ศ. 2489 ห้องเอมส์เมื่อมองจากด้านหน้าจะดูเหมือนเป็นทรงห้องสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่ที่จริงแล้วเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู และ ด้านที่ลึกกว่าจะสร้างให้มีขนาดใหญ่กว่า

ดูภาพคลิ๊ก

ลูกบาศก์เนกเกอร์ (Necker cube)

เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย ลุยส์ อัลเบิร์ต เนกเกอร์ นักผลิกศาสตร์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ใน พ.ศ. 2375 เป็นภาพโครงสร้างของลูกบาศก์ ภาพนี้สามารถมองให้ด้านหน้าของลูกบาศก์เป็นด้านหน้าหรือด้านหลังของภาพก็ได้

ภาพลวงตาสีเดียวกัน (Same color illusion)

ช่อง A และ B มีสีเดียวกัน เส้นที่ลากเชื่อมช่อง A และ B เพื่อแสดงว่าทั้งสองช่องมีสีเดียวกัน

เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย เอ็ดเวิร์ด เอช อเดลสันในปี พ.ศ. 2538 มีลักษณะเป็นตารางหมากรุก ช่อง A จะดูเหมือนว่ามีสีเข้มกว่าช่อง B แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช่อง A และช่อง B มีสีเดียวกัน

ดูภาพคลิ๊ก

ภาพลวงตาปอนโซ (Ponzo illusion)

เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย มาริโอ ปอนโซ นักจิตวิทยาชาวอิตาลีในปี พ.ศ. 2456 เป็นภาพเส้นตรงสองเส้นที่มีความยาวเท่ากัน แต่อยู่บนฉากหลังที่เป็นเส้นตรงที่มีความยาวต่างกัน เนื่องจากสมองของคนเราเปรียบเทียบขนาดของวัตถุจากพื้นหลัง ภาพลวงตานี้จึงให้ความรู้สึกว่าเส้นตรงทั้งสองเส้นยาวไม่เท่ากัน

ดูภาพคลิ๊ก
แจกันรูบิน (อังกฤษ: Rubin vase)

เป็น ภาพลวงตา ชนิดหนึ่ง คิดคันขึ้นประมาณ พ.ศ. 2458 โดย เอ็ดการ์ รูบิน นักจิตวิทยาชาวเดนมาร์ก เป็นภาพแจกันที่ด้านข้างสองด้านเป็นรูปใบหน้าคน

ภาพลวงตาแซนเดอร์

ภาพลวงตาแซนเดอร์
เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย ฟรีดริช แซนเดอร์ นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน ในปี พ.ศ. 2469 เป็นภาพสี่เหลี่ยมด้านขนานสองรูป ที่เส้นทแยงมุมดูเหมือนว่ายาวไม่เท่ากัน แต่ความจริงแล้วทั้งสองเส้นมีความยาวเท่ากัน

ภาพลวงตาผนังร้านกาแฟ (Café wall illusion)

ภาพลวงตาผนังร้านกาแฟ

เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย ริชาร์ด เกรกอรีเป็นภาพของตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เส้นของในแนวนอนทุกเส้นขนานกัน แต่จากสีในภาพ ทำให้ดูเหมือนเส้นตรงแต่ละเส้นเอนไปมา

ดูภาพคลิ๊ก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2

ภาพลวงตาแจสตรอล (Jastrow illusion)

ชิ้นส่วนทั้งสองมีขนาดเท่ากัน

เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย โจเซฟ แจสตรอล นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ. 2432 เป็นภาพชิ้นส่วนสองชิ้นที่มีขนาดเท่ากัน แต่ชิ้นล่างจะดูมีขนาดใหญ่กว่าชิ้นบน

ภาพลวงตา วุนต์

ดูภาพคลิ๊ก http://th.wikipedia.org/wiki/ไฟล์:Wundt_illusion.svg

เป็นภาพลวงตาชนิดหนึ่ง คิดค้นโดย วิลเฮล์ม วุนต์ นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน เป็นภาพเส้นตรงในแนวตั้งสองเส้นที่ขนานกัน แต่ฉากหลังทำให้ดูเหมือนเส้นตรงทั้งสองเส้นบีบเข้าหากัน

ข้อคิดเห็น»

No comments yet — be the first.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: